วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

อุยานแห่งชาติตาดโตน เมืองชัยภูมิ

อุทยานแห่งชาติตาดโตน




มีน้ำตกตาดโตน ซึ่งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติภูแลนคา ตั้งอยู่ ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เป็นน้ำตกที่สวยงาม มีลานหินกว้างและมีน้ำไหลตลอดปี ด่านล่างของน้ำตกเล่นน้ำได้

อุทยานแห่งชาติตาดโตน มีพื้นที่อยู่บนเทือกเขาภูแลนคา มีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเทือกเขาภูแลนคา โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงโดยมีเทือกเขาล้อมรอบที่ราบเอาไว้ ตอนกลางเป็นหุบเขากว้างใหญ่ พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะมีเขาภูเขียว ภูกลาง และภูแลนคา ซึ่งจะมีระดับสูงสุด 905 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือจะมียอดภูแลนคาซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติตาดโตน โดยมีความสูงประมาณ 945 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยอดเขาสูงเหล่านี้เป็นต้นน้ำลำธารของห้วยต่างที่สำคัญหลายสาย และต้นกำเนิดของน้ำตกตาดโตน ได้แก่ ห้วยลำปะทาวหรือห้วยตาดโตน ห้วยน้ำซับ ห้วยคร้อ ห้วยตาดโตนน้อย ห้วยสีนวน และห้วยแก่นท้าว ซึ่งจะไหลรวมกันเป็นห้วยปะทาวและไหลผ่านตัวอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ นอกจากนี้ยังมีห้วยที่สำคัญคือ ห้วยชีลอง ห้วยช่อระกา ห้วยเสียว ห้วยแคน และห้วยเสียวน้อย สภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง ในบริเวณริมลำห้วยหุบเขาและยอดเขามีดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ดี และป่าเต็งรังเป็นดินกรวด มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ



สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองบ้านพักล่วงหน้าได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 579-0529, 579-4842 การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2051 จากตัวเมืองถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 21 กม. ถนนราดยางตลอดสาย







ปรางค์กู่ เมืองเก่าชัยภูมิ

ปรางค์กู่ อยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง เขตอำเภอเมือง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓ กิโลเมตร


 ประวัติความเป็นมา
ปรางค์กู่ เป็นอโรคยาศาลสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ระหว่าง พ.ศ. ๑๗๒๔-๑๗๖๓ หรือพุทธศตวรรษที่ ๑๘ มีข้อความว่าให้อยู่ใต้พระบารมีของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงการแพทย์คือ พระไภษัชยคุรุไวทูรยประภา ผู้ประทานความสุขเกษมและความไม่มีโรคให้แก่ประชาชน ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่สำคัญและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ

ลักษณะทั่วไป
 ปรางค์กู่เป็นปราสาทอีกแห่งหนึ่ง ที่มีแผนผังและลักษณะเช่นเดียวกับปราสาทที่ได้พบหลักฐานว่าเป็นอโรคยาศาล ที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ นั่นคือ มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ๑ องค์ วิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า ๑ หลัง ล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีโคปุระเฉพาะด้านหน้าทั้งหมด ก่อด้วยศิลาแลงยกเว้นกรอบประตูหน้าต่าง ทับหลัง เสาประดับเป็นหินทราย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก นอกกำแพงตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ ๑ สระ ยังคงสภาพสมบูรณ์ดีมาก โดยเฉพาะปรางค์ประธานซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด ๕ เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง ด้านหน้ามีประตูเข้าออกทำเป็นมุขยื่นออกมา ผนังปรางค์อีก ๓ ด้านเป็นประตูหลอก เหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือยังคงมีทับหลังติดอยู่ จำหลักภาพตรงกลางเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือหน้ากาล ซึ่งจับท่อนพวงมาลัยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้านข้างทางซ้ายและขวาจำหลักรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กร กับรูปนางปรัชญาปารมิตา ด้านหน้ามีทับหลังเช่นกัน สันนิษฐานว่าสลักเป็นภาพเดียวกัน แต่ปัจจุบันลบเลือนมาก ที่ช่องประตูหลอกด้านทิศเหนือยังมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดี ขนาดสูง ๑.๗๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๗.๕ เมตร ประดิษฐานอยู่ ๑ องค์ ซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น นอกจากนี้ยังพบทับหลังและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่น ๆ เช่น เสาประดับประตู


 หลักฐานที่พบ
 นอกกำแพงตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ ๑ สระ ยังคงสภาพสมบูรณ์ดีมาก โดยเฉพาะปรางค์ประธานซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด ๕ เมตร ย่อมุมไม้สิบสองด้านหน้ามีประตูเข้าออกทำเป็นมุขยื่นออกมา ผนังปรางค์มี ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก เหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือยังมีทับหลังติดอยู่ จำหลักภาพตรงกลางเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือกาล ซึ่อถือพวงมาลัยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้านข้างทางซ้ายและขวาจำหลักรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กร กับรูปนางปรัชญาปารมิตาด้านหน้ามีทับหลังเช่นกัน สันนิษฐานว่าสลักเป็นภาพเดียวกัน แต่ปัจจุบันลบเลือนมากที่ช่องประตูหลอกด้านทิศเหนือยังมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดี ขนาดสูง ๑.๗๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๗.๕ เมตร ประดิษฐาน

 อยู่ ๑ องค์ ซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่นนอกจากนี้ยังพบทับหลังและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่นๆ เช่น เสาประดับประตู





ประเพณีบุญเดือน 6

งานบุญเดือน 6 ประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อพระยาแล




        

            ชัยภูมิ เมืองผู้กล้า พญาแล เป็นเมืองโบราณเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยทวาราวดี สมัยขอมเรืองอำนาจ ครั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหน้าด่าน ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีพระยาแลซึ่งเป็นชาวเวียงจันทน์ ได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก ชาวชัยภูมิให้ความเคารพนับถือยกย่องเจ้าพ่อพระยาแลเป็นอย่างมาก จึงได้ร่วมกันสร้าง อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2518



            งานบุญเดือน 6 ประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อพระยาแล เพื่อถวายบายศรีแด่เจ้าพ่อพระยาแล จะจัดขึ้นในวันจันทร์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี รวม 3 วัน 3 คืน ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาแล หนองปลาเฒ่า ตั้งขบวนแห่บายศรีกันตั้งแต่บ่ายโมง เริ่มด้วยขบวนแห่เจ้าพ่อพระยาแลประทับบนหลังช้างเป็นขบวนแรก



             ตามมาด้วยขบวนม้า ขบวนของนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิคนปัจจุบัน (พ่อเมืองทุกท่านที่มาครองเมืองชัยภูมิ ต้องเข้าร่วมงานบุญเดือนหกกันทุกคน แล้วต้องเดินให้ครบรอบมาจนถึงศาลเจ้าพ่อพระยาแล ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน) ขบวนบายศรีของอำเภอต่างๆที่ตั้งใจทำให้ยิ่งใหญ่และสวยงาม เพื่อนำมาประกวดกันหลังจากขบวนแห่ทุกเข้ามาที่ศาลเจ้าพ่อครบทุกขบวน



             ถึงแม้แดดจะร้อนปานใดก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะทุกคนมาด้วยจิตศรัทธาที่มีต่อเจ้าพ่อพระยาแล ขบวนออกจากที่ว่าการอำเภอเมือง ผ่านอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) กว่าจะมาถึงศาลเจ้าพ่อพระยาแลก็มืดค่ำพอดี นับเป็นขบวนแห่บายศรีที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม หาชมได้ยากมีที่ชัยภูมิที่เดียวในประเทศไทยครับ
  





































ศาลเจ้าพ่อพญาแลและสวนสาธารณะหนองปลาเฒ่า



ศาลเจ้าพ่อพญาแล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยภูมิ
ตั้งอยู่ริมหนองปลาเฒ่า ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 3 กิโลเมตร แยกทางเข้าไปจากถนนใหญ่สายชัยภูมิ บ้านเขว้า เลี้ยวขวาเข้าสู่ริมหนองปลาเฒ่าที่ริมน้ำแห่งนี้มีต้นมะขามใหญ่ซึ่งกล่าวกันว่าเจ้าพระยาและถูกทหาร เวียงจันทร์ ฆ่าที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2369 มีศาลสร้างด้วยไม้ตั้งอยู่ใต้ต้นมะขาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ชาว จังหวัดชัยภูมิได้พร้อมใจกันสร้างศาลพระยาภักดีชุมพล ขึ้นประดิษฐานรูปหล่อของท่านไว้ภายใน เพื่อเป็น ที่เคารพสักการบูชาของชาวเมืองชัยภูมิ





























http://www.photonovice.com/blog/%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-1.html